Untitled Document
 
ถ้ำตับเตา

ตั้งอยู่ ณ ภูเขาทางทิศตะวันตก หมู่ที่ 13 ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ บนเส้นทางสายเชียงใหม่-ฝาง ระหว่างหลักกิโลเมตร ที่ 120 และ 121 แยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในบริเวณวัดร่มรื่น มีหอพระไตรปิฎกสร้างอยู่กลางน้ำ สิ่งสำคัญในวัดคือถ้ำตับเต่า มีขนาดเล็กกว่าถ้ำเชียงดาว แต่มีความสวยงามไม่แพ้กัน ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ถ้ำตับเต่านี้แยกออกเป็น 2 ถ้ำ คือถ้ำแจ้ง และถ้ำมืด (ถ้ำผาขาว และถ้ำปัญเจค) บริเวณหน้าถ้ำมีกุฏิและศาลาสำหรับพักผ่อน (ที่มา : ว่าที่ ร.ต.หญิง พิมพ์ใจ กัญชนะ)

ถ้ำผ้าขาวมีบันไดขึ้นไปบริเวณถ้ำกว้างประมาณ 10 วา มีแสงสว่างจากช่องโหว่บนเขาส่องลงมา มีพระพุทธรูปก่อถือปูนขนาดใหญ่อยู่บนแท่นกับพระพุทธรูปนอน พระอรหันต์ล้อมรอบแสดงถึงตอนพระพุทธเจ้าประชวร อีกถ้ำหนึ่งอยู่ห่างจากถ้ำผ้าขาวราว 45 เมตร เรียกถ้ำปัจเจค ปากถ้ำลึกประมาณ 5 วา มีบันไดพาดเป็นบางแห่ง ในถ้ำทางคดเคี้ยวบางตอนเป็นช่องแคบ ถ้ำลึกมากต้องหาเทียนไขหรือตะเกียงเจ้าพายุเข้าไป 
สุดปลายถ้ำมีพระพุทธรูปและเจดีย์นอกจากนี้มีรูปปูนปั้นเป็นเด็กหญิงแถวหนึ่ง เด็กชายแถวหนึ่งปราศจากเครื่องแต่งกาย ผู้ใดต้องการมีบุตรหญิงหรือบุตรชายก็ให้หาธูปเทียนสักการบูชา พระพุทธรูปอธิษฐานขอเอาตามความปรารถนา มีผู้เล่าว่าผู้ไปขอแล้วมักสมปรารถนาเสมอ ตำนานของถ้ำมีจารึกอยู่บนศิลา 3 แผ่นว่า พระอรหันต์เสด็จมาบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ ณ ที่นี้แล้วเสด็จสู่ปรินิพานตรงปากถ้ำ เทพยดาถวายพระเพลิงจนเป็นเหตุให้ไหม้ลึกลงไปในดินด้านยาว 1,000 วา ด้านกว้าง 100 วา พญานาคขึ้นมาพ่นน้ำดับ จึงปรากฏมีขี้เถ้าเต็มถ้ำ เดิมเรียกว่า “ถ้ำตับเต้า” (ถ้ำทับเถ้า) เลยเพี้ยนมาเป็นถ้ำตับเต่าภายหลังถ้ำนี้พวกไทยใหญ่มักเดินทางมานมัสการเสมอเมื่อ 100 ปีมาแล้วถือเป็นถ้ำศักดิ์สิทธิ์ (ที่มา : บุญช่วย ศรีสวัสดิ์. เชียงใหม่และภาคเหนือ. กรุงเทพฯ : คลังวิทยา, 2504 หน้า 310-311)

ลักษณะแหล่งท่องเที่ยว
เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ บริเวณโดยรวมของหน้าถ้ำอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้นานาพรรณ เป็นถ้ำหินปูนกว้างและสูงประมาณ 6 เมตร เป็นสถานที่ตั้งของวัดที่ร่มรื่นยังคงความเป็นธรรมชาติ มีถ้ำสำหรับเข้าชม ธรรมชาติที่สมบูรณ์ของคนทั่วไป ถ้ำมืด และถ้ำแจ้ง ชื่อของถ้ำ เดิมชื่อ \\\"ทับเถ้า\\\" มาจากเรื่องเล่าที่ว่า พระอรหันต์ 500 รูป มานิพพานที่ถ้ำนี้ จึงได้นำเอาอัฐิหรือเถ้ามากอบกันขึ้นเป็นพระเจดีย์ ให้ชื่อว่า \\\"พระเจดีย์นิ่ม\\\" ซึ่งอยู่ในถ้ำมืด และจารึก ปี พ.ศ. 1463 ไว้ที่ฐานพระเจดีย์ ถ้ำนี้ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง จะเที่ยวชมอย่างทั่วถึง (ที่มา : ว่าที่ ร.ต.หญิง พิมพ์ใจ กัญชนะ)

พระพุทธองค์ทรงทราบ จึงได้ปรารภแก่พระอานนท์ว่า
“ตถาคตได้รับอาราธนาจากพญามารเพื่อเสด็จเข้าสู่ปรินิพพานแล้วประการหนึ่ง และยังได้รับบิณฑบาตอาหารมื้อสุดท้ายที่ทำให้สำเร็จผลานิสงส์อันมากแก่ผู้ถวาย คือนายจุนนะ ผู้ถวายอาหารสุกรมัทวะนี้ อาหารสองมื้อที่ผลานิสงส์มากแก่ผู้ถวายบิณฑบาต พระพุทธเจ้า คืออาหารมื้อแรกที่ทำให้สำเร็จพระโพธิญาณตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า และอาหารมื้อสุดท้ายที่พระพุทธเจ้าฉันแล้วจะเสด็จเข้าสู่การดับขันธปรินิพพาน ดังนั้น ถ้าพระองค์รับโอสถจากพระฤาษีมาฉันก็จะหายจากอาการประชวร เป็นการไม่รักษาสัจจะแก่พญามาร และยังทำให้อาหารมื้อสุดท้ายที่ได้รับบิณฑบาต ไม่มีผลานิสงส์แก่ผู้ถวายเต็มที่ จึงจำเป็นจะต้องไปจากถ้ำแห่งนี้”
พระพุทธองค์จึงตั้งสัจจาธิษฐานว่า “ขอให้เพดานถ้ำจงบังเกิดเป็นโพรงเพื่อจักพาพระอานนท์ พุทธอุปัฏฐากเสด็จเหาะหนีไปทางอากาศได้”
ครั้นพระฤาษีนำโอสถวิเศษให้หมอชีวกโกมารภัจจ์มาถวายแก่พระพุทธเจ้า พระองค์และพระอานนท์ก็เสด็จเหาะขึ้นไปยังเมืองกุสินารายณ์
การที่พระพุทธองค์เสด็จเหาะหนีไป ทำให้พระสงฆ์สาวกทั้งหลายที่ยังเป็นปุถุชนพากันโศกเศร้าร่ำไห้ คร่ำครวญอื้ออึง ส่วนที่เป็นพระอริยเจ้าก็สงบจิตสำรวมพิจารณาเหตุการณ์ด้วยธรรม และพากันแสวงหาที่บำเพ็ญธรรมต่อไป เมื่อพระสงฆ์เหล่านี้สำเร็จอรหันตผลแล้ว ก็พากันมายังบริเวณหน้าถ้ำแห่งนั้น แล้วดับขันธ์นิพพานพร้อมกันหมดสิ้น ทิ้งซากศพไว้บนพื้นดิน ส่งกลิ่นเน่าเหม็นตลบไปทั่วทั้งป่า
พระอินทร์จึงให้เทพบุตรผู้มเหศักดิ์ตนหนึ่งนำไฟทิพย์จากสวรรค์มาเผาผลาญซากศพพระอรหันต์เหล่านั้น ไฟทิพย์นี้มีความร้อน และเผาไหม้กว้างถึง ๘,๐๐๐ วา ไหม้ลงไปในแผ่นดินลึก ๑,๐๐๐ วา ความร้อนทำให้พระยานาคชื่ออุรุนาคราชนำบริวาร ๑,๐๐๐ ขึ้นมาจากพื้นดิน ปล่องที่พระยานาคนำบริวารชำแรกขึ้นมา คือ ตาน้ำผุดที่ได้ก่อให้เกิดหนองน้ำเล็กๆ ด้านหลังถ้ำนั้นเอง
พื้นดินบริเวณวัดถ้ำตับเตาและบริเวณใกล้เคียงจึงขุ่นขาวคล้ายขี้เถ้าปนอยู่ และจะเป็นเช่นนี้ไปจนถึงยุคพระศรีอาริยเมตไตรย์
ฝ่ายพระฤาษีอาจารย์ของหมอชีวกโกมารภัจจ์ เมื่อไม่อาจถวายโอสถวิเศษให้แก่พระพุทธเจ้าได้ ก็มีความเสียใจยิ่งนัก ยกมือกำถ้วยโอสถขึ้น กล่าวว่า “อันโอสถวิเศษของตูนี้ จะไม่มีไว้สำหรับรักษาผู้ใดอีกต่อไป ไม่มีประโยชน์อันใดอีกแล้วจะรักษาไว้” ว่าแล้วก็สาดโอสถวิเศษทิ้งไปทั่วบริเวณ ทำให้พื้นที่บริเวณถ้ำตับเตาเต็มไปด้วยพืชสมุนไพรหลายชนิด แต่เพราะอำนาจคำกล่าวของพระฤาษีทำให้สมุนไพรที่เกิดขึ้นบริเวณถ้ำตับเตามีคุณภาพในการรักษาโรคต่างๆ อ่อนมากเมื่อเทียบกับสมุนไพรชนิดเดียวกันในพื้นที่อื่นๆ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเล่าถึงอดีตของพระอรหันต์ทั้ง ๕๐๐ รูปที่พากันมาถวายบังคมเยี่ยมพระอาการประชวร ซึ่งต่อมาสำเร็จอรหันตผลและพากันมาดับขันธ์นิพพาน ณ ที่นี้พร้อมกันว่า
“ในสมัยพุทธกาลแห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามหากัสปะ พระพุทธองค์พระองค์นั้นได้นำพระสงฆ์สาวกมาเดินทางพักพระอริยาบถ ณ ถ้ำตับเตาแห่งนี้ และได้ท่องสวดบทพระธรรมเทศนาด้วยเสียงอันไพเราะกังวาล ทำให้ฝูงค้างคาวจำนวน ๕๐๐ ตัว ที่อยู่ในถ้ำแห่งนั้นมีความเคลิบเคลิ้มจิตตกภวังค์หล่นลงมากระทบพื้นหินตาย แต่ด้วยอำนาจแห่งผลบุญที่เหล่าค้างคาวได้สดับรับฟังพระธรรมเทศนา ก็พากันบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นเทพบุตร ๕๐๐ องค์ มีชื่อเรียกว่า “อังคุลีเทพบุตร” ครั้นเมื่อพระโพธิสัตว์เจ้าเสด็จลงมาเกิดเป็นพระสิทธัตถะกุมาร และออกผนวช เทพบุตรทั้ง ๕๐๐ องค์ได้มาเกิด และบวชเป็นพระภิกษุในพระศาสนาของพระสมณโคดมพุทธเจ้า และสำเร็จพระอรหันต์ครบถ้วน ๕๐๐ รูป”
ปัจจุบัน วัดถ้ำตับเตาตั้งอยู่บ้านหมู่ที่ ๑๓ บ้านถ้ำตับเตา ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากหนังสือประวัติวัดถ้ำตับเตา เรียบเรียงโดยอาจารย์อินทร์ศวร แย้มแสง ได้ให้ความหมายของคำว่า “ตับเตา” ว่าอาจเพี้ยนมาจากคำว่า ดับเถ้า (อ่าน ดับ - เต้า) ภาษาเหนือหมายถึงดับขี้เถ้าที่เกิดมาจากการเผาไหม้ของป่าไม้ และภายหลังเพี้ยนมาเป็น “ตับเตา” (ที่มา : http://www.muangboranjournal.com/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=151)

นายก อบต.ศรีดงเย็น




นายก อบต.ศรีดงเย็น
สภาพทั่วไป-ข้อมูลพื้นฐาน
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวประมูล จัดซื้อ จัดจ้าง
ภาพกิจกรรม ผลงานที่ผ่านมา
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
แผนพัฒนา 3 ปี
แผนอัตรากำลัง 3 ปี
ควบคุมภายใน
ข้อบัญญัติ อบต.
แหล่งท่องเที่ยว ต.ศรีดงเย็น
สินค้า OTOP ต.ศรีดงเย็น
   

จัดซื้อจัด-จัดจ้าง
ประกาศแผนปฎิบัติการ
จัดซื้อจัดจ้าง
รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศรายชื่อผู้ชนะการสอบราคา
ประกาศกำหนดราคากลาง
ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง


สํานักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ฝ่ายบริหาร
สมาชิกสภา อบต.
สํานักปลัด

กองคลัง

กองช่าง
กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม




 
 
 
 
 
 
Untitled Document
 
องค์การบริหารส่วนตำบลศรีดงเย็น
99 หมู่ที่ 6 ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ 50320
โทรศัพท์ 053-050060 โทรสาร 053-050061 Email : webmaster@sridongyen.go.th

สงวนลิขสิทธิ์ ค.ศ.2016 องค์การบริหารส่วนตำบลศรีดงเย็น ออกแบบและพัฒนาโดย : เชียงรายเอ็นเทอร์ซอฟต์